ความหมาย…กีฬาอาชีพ

หลังจากที่ พระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. 2556 ฉบับแรกของเอเชีย ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่16 ธันวาคม 2556 ซึ่งตามกฎหมายแล้วต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาครบ 60 วันก่อน พระราชบัญญัติจึงจะมีผลบังคับจริง โดยมีผลบังคับใช้ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 เป็นต้นมา กฎหมายฉบับนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อคนในวงการกีฬาอย่างมากและสามารถพัฒนากีฬาอาชีพของไทยให้มั่นคงและยั่งยืนต่อไป นับเป็นความหวังใหม่ของคนในวงการกีฬาอาชีพอย่างยิ่ง

พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. 2556 ฉบับนี้ มีทั้งหมด 8 หมวด 74 มาตรา ในส่วนรายละเอียดในหมวดต่างๆทั้งในเรื่องการแต่งตั้ง คณะกรรมการ  สโมสรกีฬาอาชีพ และสมาคมกีฬาอาชีพ  บทลงโทษ ฯลฯมีอะไรพิเศษบ้างจะนำเสนอในวาระต่อไป  สำหรับรายละเอียดที่น่าสนใจ พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. 2556 นี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมกีฬาอาชีพ พระราชบัญญัตินี้มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 33 มาตรา 43 และมาตรา 64  ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556”
มาตรา 2 พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา 3 พระราชบัญญัตินี้มิให้ใช้บังคับแก่กีฬาอาชีพที่มีกฎหมายกำหนดการส่งเสริมหรือการคุ้มครองนักกีฬาอาชีพและบุคลากรซึ่งเกี่ยวข้องกับกีฬาอาชีพนั้นไว้เป็นการเฉพาะแล้ว
มาตรา 4 ให้พระราชบัญญัตินี้

“กีฬาอาชีพ” หมายความว่า กีฬาที่จัดการแข่งขันอย่างเป็นระบบตามมาตรฐานสากลและนักกีฬาอาชีพเข้าร่วมแข่งขันกัน โดยมีรายได้จากการแข่งขัน ตามชนิดหรือประเภทที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

“นักกีฬาอาชีพ”  หมายความว่า ผู้ซึ่งเล่นกีฬาอาชีพเป็นอาชีพ
“บุคลากรกีฬาอาชีพ” หมายความว่า ผู้ตัดสิน ผู้ฝึกสอน หรือผู้ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันกีฬาอาชีพ ทั้งนี้ ตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
“ผู้จัดการแข่งขันกีฬาอาชีพ”  หมายความว่า  บุคคล คณะบุคคล หรือ นิติบุคคลซึ่งจัดการแข่งขันกีฬาอาชีพ
“สมาคมกีฬาอาชีพ”  หมายความว่า  สมาคมกีฬาที่ได้จดทะเบียนแล้วตามกฎหมายและมีวัตถุประสงค์หลักเกี่ยวกับกีฬาอาชีพหรือการส่งเสริมกีฬาอาชีพ
“สโมสรกีฬาอาชีพ” หมายความว่า  คณะบุคคล หรือนิติบุคคล ที่ก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์หลักเกี่ยวกับกีฬาอาชีพหรือการส่งเสริมกีฬาอาชีพ ไม่ว่าจะเรียกชื่อว่าสโมสรหรือไม่ก็ตาม แต่ไม่หมายความรวมถึงสมาคมกีฬาอาชีพ
“การล้มกีฬา”  หมายความว่า  การเข้าแข่งขันกีฬาอาชีพโดยแสร้งแพ้หรือโดยกระทำการหรือไม่กระทำการแข่งขันกีฬาอาชีพโดยมีเจตนาทุจริต และให้หมายรวมถึงการเข้าแข่งขันกีฬาอาชีพโดยสมยอมกันเพื่อให้ผลการแข่งขันเป็นไปตามที่กำหนดไว้เป็นการล่วงหน้า
“กองทุน” หมายความว่า  กองทุนส่งเสริมกีฬาอาชีพ
“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการกีฬาอาชีพ
“นายทะเบียน” หมายความว่า  ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือผู้ซึ่งผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยมอบหมายเป็นหนังสือ
“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า ผู้ซึ่งรัฐมนตรีแต่งตั้งให้ปฎิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
“รัฐมนตรี”  หมายความว่า รัฐมนตรีผู้รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
นี่คือความหมายในหมวดต่างๆ

หลังจากที่ พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ ประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.)ได้เตรียมแผน 3 ขั้น เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับกฎหมายฉบับนี้ ก่อนนำกฎหมายมาใช้จริงในเวลาต่อมา โดยการเดินสายเปิดทำการนิเทศให้ความรู้แก่ผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความรู้ความเข้าใจถึงรายละเอียด และขั้นตอนการปฏิบัติของ พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ โดยมีกลุ่มเป้าหมาย คือ สมาคมกีฬาต่างๆ และผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง เพราะนี่คือของขวัญชิ้นใหม่ของคนในวงการกีฬาอาชีพที่ต้องรู้ และเข้าใจอย่างถ่องแท้เพื่อประโยชน์ของผู้ที่เกี่ยวข้อง ในปัจจุบันกีฬาที่ได้รับการประกาศใน พ.ร.บ.ส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ.2556 ให้เป็นกีฬาอาชีพมีอยู่ 13 ชนิด ได้แก่ กอล์ฟ, จักรยาน, แข่งรถยนต์, สนุกเกอร์, โบว์ลิ่ง, เจ็ตสกี, จักรยานยนต์, แบดมินตัน, เทนนิส ฟุตบอล, ตะกร้อ, วอลเลย์บอล และบาสเกตบอล